“ในทุกบริบทของสังคม เราทุกคนต่างมีสองสถานะเสมอ คือเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่มีใครเป็นผู้ให้อยู่เพียงผู้เดียว หรือยืนอยู่เป็นผู้รับตลอดไปได้ หากมองกรณีขององค์กรสาธารณะประโยชน์ ในสถานะหนึ่ง เขาก็คือ คนที่ทำงานให้กับผู้ด้อยโอกาสกว่า ในสภาวะหนึ่ง เขาก็เสมือนเป็นผู้ให้ ในการช่วยสร้างกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสได้รับอะไรมากขึ้น แต่ในการที่เขาเป็นผู้ให้นั้น เขาก็จำเป็นต้องมีทรัพยากรในการทำงาน แม้เขาเองจะมีแรงงาน มีแรงใจ มีความสามารถที่จะเป็นผู้ให้ แต่ในทรัพยากรบางอย่าง เช่นเรื่องทุน หรือเวลา เขาก็อาจต้องเปิดรับความช่วยเหลือ จากผู้ที่มีความสามารถด้านนั้นพร้อมกว่า ดังนั้น สำหรับองค์กรภาคธุรกิจ ซึ่งปกติเราอาจเป็นผู้รับจากสังคม ผ่านการค้าขาย การทำกำไร เมื่อถึงเวลา เราก็ควรจะให้กับสังคมบ้าง และหนทางที่ดีและมีประสิทธิภาพก็คือการให้ทรัพยากร ผ่านทางการบริจาคโดยตรง หรือผ่านการสนับสนุนการทำงานขององค์กรภาคสังคม ” แนวความคิดของ คุณสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง ประธานโครงการ แบ่งปัน เพื่อสังคมที่ยั่งยืน
       จากแนวความคิดว่าการที่สังคมจะพัฒนาอย่างยั่งยืนได้นั้น จะเกิดได้ก็จากการร่วมมือกันของคนในสังคม และการมีวัฒนธรรมของการแบ่งปัน จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน จึงเกิดเป็น “โครงการแบ่งปันเพื่อสังคมที่ยั่งยืน” ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ต้นปีพ.ศ.2550 โดยมีเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (SVN) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ และได้รับเงินทุนสนับสนุนหลักจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยได้รับเกียรติจาก คุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาโครงการ ทำหน้าที่ส่งเสริมให้เกิดการร่วมมือแบ่งปันความรู้ ความสามารถและทรัพยากร ของทั้งองค์กรภาคธุรกิจ และองค์กรภาคสังคมในด้านที่ตนชำนาญ นำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดแก่สังคม และองค์กรที่อยู่ในสังคมนั้นเอง